ประกาศรางวัล @cosme Best Cosmetics Award ครึ่งปีแรก 2026: เผยสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามใหม่มาแรง

เผยแพร่: 21 พฤษภาคม 2569
ประกาศรางวัล @cosme Best Cosmetics Award ครึ่งปีแรก 2026: เผยสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามใหม่มาแรง

ประกาศรางวัล "@cosme Best Cosmetics Award 2026 First Half Best New Products" (上半期新作ベストコスメ) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 รางวัลนี้จัดขึ้นโดย iStyle Inc. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มความงามที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง @cosme โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ความงามใหม่ที่วางจำหน่ายระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2025 ถึง 31 มีนาคม 2026 และถือเป็น "รางวัลสำหรับน้องใหม่" ของงานประกาศรางวัล @cosme Best Cosmetics Award ประจำปี ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2008 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นที่แท้จริงของผู้บริโภคผ่านรีวิวการใช้งานจริง

งานในปีนี้สร้างสถิติใหม่ทั้งในด้านจำนวนผลิตภัณฑ์ที่เข้าเกณฑ์ 4,334 รายการ และจำนวนรีวิวที่ผ่านการคัดเลือก 128,800 รายการ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของการจัดรางวัล

ภาพรวม: จากการซื้อตามกระแส สู่การซื้อแบบ "เหมาะกับฉัน"

จำนวนรีวิวที่ทำลายสถิติมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองในพฤติกรรมผู้บริโภค แม้ปริมาณรีวิวโดยรวมจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่จำนวนผลิตภัณฑ์ที่เข้าเกณฑ์กลับเติบโตในอัตราที่เร็วกว่า ซึ่งเป็นการกลับทิศทางจากรูปแบบ "การกระจุกตัวของกระแส" ที่เคยพบในปีก่อนๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ผลิตภัณฑ์ไวรัลเพียงไม่กี่รายการครองพื้นที่รีวิวส่วนใหญ่

ผลสำรวจผู้ใช้งานในเดือนเมษายน 2026 เกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกซื้อเครื่องสำอางตอกย้ำแนวโน้มนี้ เมื่อถามว่าพวกเขาต้องการซื้อเครื่องสำอางที่กำลังเป็นกระแสหรือได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดียหรือแพลตฟอร์มวิดีโอหรือไม่ สัดส่วนของผู้ที่ตอบว่า "ใช่" ลดลง 1.6 จุดเปอร์เซ็นต์โดยรวม แต่การลดลงนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคอายุน้อย โดยลดลงถึง 7.2 จุดในกลุ่มวัยรุ่น และ 6.3 จุดในกลุ่มอายุ 20 กว่าๆ

สิ่งนี้บ่งชี้ว่าแม้แต่ในกลุ่มอายุที่ติดตามเทรนด์โซเชียลมีเดียมากที่สุด กระบวนการตัดสินใจซื้อได้เปลี่ยนไปแล้ว กระแสอาจเป็นตัวจุดประกายความสนใจในตอนแรก แต่ผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มักจะพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์นั้น "เหมาะกับตนเอง" จริงหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

ในขณะเดียวกัน ความผูกพันทางอารมณ์กับแบรนด์ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น คำว่า "ฮากะคอสเมะ" (墓コス - สแลงที่หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่อยากใช้ไปตลอดชีวิตจนกว่าจะลงหลุม) ปรากฏในรีวิวของ @cosme เพิ่มขึ้นถึง 4.8 เท่าเมื่อเทียบกับ 4 ปีก่อน ผลสำรวจยังพบว่า 32.0% ของผู้ตอบแบบสอบถามในวัยรุ่นและวัย 20 กว่าๆ และ 28.0% ของผู้ตอบแบบสอบถามโดยรวม กล่าวว่าพวกเขาคาดหวังที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในอนาคตด้วยความต้องการสนับสนุนแบรนด์ที่ตนเองรัก แนวโน้มการ "สนับสนุนการซื้อ" (応援買い) จากฐานแฟนคลับแบรนด์กำลังมีทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

พลวัตนี้เห็นได้ชัดในผลรางวัล: แบรนด์อย่าง Lululun และ Anua ต่างมีผลิตภัณฑ์ติดอันดับ Top 10 รวมกันถึงแบรนด์ละ 2 รายการ และมีหลายแบรนด์ที่ได้รับรางวัลในหลากหลายหมวดหมู่ ซึ่งบ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นในแบรนด์มักนำไปสู่การซื้อผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของแบรนด์นั้นๆ

รางวัลใหญ่ (Overall Grand Prize): d program Moist Care Lotion EX

(1) ความต้องการ "ความมั่นคงของผิว" พุ่งสูงท่ามกลางแรงกดดันจากสิ่งแวดล้อม

รางวัลใหญ่ตกเป็นของ "Moist Care Lotion EX" จาก d program ซึ่งผ่านการปรับสูตรใหม่ในเดือนตุลาคม 2025 ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการยอมรับในทั้ง 5 หมวดหมู่รางวัล และมียอดขายที่สาขา @cosme STORE รวมถึงร้านเรือธงอย่าง @cosme TOKYO เพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าหลังจากปรับสูตรใหม่

การปรับสูตรครั้งนี้ยกระดับปรัชญาการดูแลผิว โดยเปลี่ยนจากการเน้นเติมสารสำคัญที่ขาดหายไปจากภายนอก มาเป็นแนวคิดการดูแลผิวแพ้ง่ายแบบใหม่ที่มุ่งเน้นการสนับสนุน "จุลินทรีย์ผิวสวย" (美肌菌 - beneficial skin microbiome) ที่ทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน เพื่อรักษาผิวให้สุขภาพดี ด้วยการสร้างสรรค์จากงานวิจัยด้านผิวหนังขั้นสูงและสูตรอ่อนโยนสำหรับใช้ทุกวัน ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จึงได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค

เบื้องหลังการตอบรับนี้คือฤดูกาลที่ผิวต้องเผชิญกับความเครียดจากสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงผิดปกติ ปริมาณน้ำฝนที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ทำให้เกิดภาวะผิวแห้งรุนแรง ฤดูเกสรดอกไม้เริ่มเร็วผิดปกติในเดือนกุมภาพันธ์ และความร้อนที่สะสมทำให้เกิดความเสียหายจากรังสี UV ข้อมูลรีวิวของ @cosme สะท้อนถึงผลกระทบนี้ โดยคำว่า "แห้ง" และ "แห้งจากภายใน" (インナードライ - ผิวที่แห้งใต้ชั้นผิวทั้งที่ดูเหมือนผิวมัน) มีความถี่ในการรีวิวสูงที่สุดในรอบ 5 ปี ผลสำรวจผู้ใช้งานในเดือนเมษายน 2026 พบว่า 33.7% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาประสบปัญหาผิวแห้งมากกว่าปกติในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา

คำว่า "ฮาดะจิอัน" (肌治安) ซึ่งเป็นคำยอดฮิตที่หมายถึงการรักษาสภาพผิวให้คงที่และมีสุขภาพดี ปรากฏในรีวิวบ่อยขึ้น 1.4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และ 11.7 เท่าเมื่อเทียบกับ 4 ปีก่อน iStyle ได้คาดการณ์แนวโน้ม "การขยายตัวของตลาดปกป้องความมั่นคงของผิว" นี้ไว้ในการคาดการณ์เทรนด์เดือนพฤศจิกายน 2025 โดยเน้นย้ำถึงความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์สำหรับผิวแพ้ง่ายที่ช่วยปกป้องรากฐานของผิว ซึ่งผลการตัดสินรางวัล Grand Prize ของ d program ก็สะท้อนการคาดการณ์นั้นได้อย่างแม่นยำ

(2) การลดราคาที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค

การปรับสูตรใหม่ในเดือนตุลาคม 2025 มาพร้อมกับการลดราคาลงประมาณ 10% จาก 3,740 เยน เหลือ 3,300 เยน สำหรับขนาด 125 มล. โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านปริมาณหรือคุณภาพ

ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับการตอบรับอย่างมากในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ในผลสำรวจเดือนเมษายน 2026 ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 42.4% ระบุว่าพวกเขาหันมาสนใจผลิตภัณฑ์ที่มอบคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้มากขึ้นในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา การตัดสินใจของ d program ที่ลดราคาลงพร้อมกับปรับปรุงคุณภาพไปด้วยนั้น ถูกมองโดยผู้บริโภคว่าเป็นความจริงใจที่ยึดถือลูกค้าเป็นสำคัญ

รีวิวต่างๆ สะท้อนความรู้สึกนี้โดยตรง เช่น "รู้สึกขอบคุณที่ลดราคาในช่วงเวลาแบบนี้ที่ทุกอย่างแพงขึ้น" และ "เนื้อสัมผัสและประสิทธิภาพเหมือนเดิม แต่ราคาสบายกระเป๋าขึ้น น่าประทับใจมาก"

ความเห็นจากแบรนด์ที่ได้รับรางวัล Grand Prize

บริษัท ชิเซโด้ เจแปน จำกัด
ฝ่ายการตลาดแบรนด์, แผนก Derma & Clinical Marketing
กลุ่มพัฒนาแบรนด์ d program, ผู้จัดการแบรนด์
นาโอสึงุ อิเอยาตะ (Naotugu Ieyata)

"เราประหลาดใจมากที่ได้รับรางวัลนี้ มันเกินความคาดหมายของเราจริงๆ ทีมงานทุกคนดีใจมากที่ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางขนาดนี้ เราเชื่อว่าการได้รับการยอมรับนี้เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของความตระหนักของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมภายนอกที่รุนแรงขึ้น เช่น เกสรดอกไม้และอุณหภูมิที่แปรปรวน และจำนวนคนที่มากขึ้นที่เริ่มใส่ใจผิวและต้องการ 'รักษาความมั่นคงของผิว' โลชั่นของ d program มุ่งเป้าไปที่การดูแลผิวแพ้ง่ายจากต้นตอ และลูกค้าที่มีปัญหาผิวบ่อยๆ มักบอกเราว่า 'd program ไม่เคยทำให้ผิดหวัง' หรือ 'เป็นผู้ช่วยชีวิตของฉัน' เรารู้สึกว่าเมื่อสภาพแวดล้อมรอบผิวรุนแรงขึ้น ผู้คนจึงหันมาพึ่งพา d program มากขึ้น สำหรับการปรับสูตรใหม่ เราตัดสินใจลดราคาเพราะเราอยากให้คนที่มีผิวแพ้ง่ายได้ลองใช้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การตอบรับจากลูกค้าที่ว่า 'ความพยายามของบริษัทน่าทึ่งมาก' หรือ 'ความมุ่งมั่นของแบรนด์ต่อผิวแพ้ง่ายนั้นน่าประทับใจ' เกินความคาดหมายของเราไปมาก หลังจากปรับสูตรใหม่ ผู้ใช้หน้าใหม่ในช่วงอายุ 20 และ 30 ปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน และผู้ใช้โดยรวมเพิ่มขึ้น 25% ผู้ใช้ที่เป็นผู้ชายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้มีคนทุกเพศทุกวัยหันมาใช้มากขึ้นครับ"

แนวโน้มรางวัล Top 10 และหมวดหมู่ต่างๆ

(1) 9 ใน 10 ผลิตภัณฑ์ Top 10 เน้นการให้ความชุ่มชื้น แม้แต่ในกลุ่มเมคอัพ

9 ใน 10 ผลิตภัณฑ์ที่ติดอันดับ Top 10 รวมคือผลิตภัณฑ์ที่เน้นความชุ่มชื้น โดยข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ "Powder Brush EX (Angled)" จาก Rosy Rosa ผลสำรวจในเดือนเมษายน 2026 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 43.3% ต้องการการบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นจากผลิตภัณฑ์เมคอัพด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความกังวลเรื่องผิวแห้งได้ขยายตัวไปไกลกว่าชั้นวางผลิตภัณฑ์สกินแคร์แล้ว

ช่วงเวลาในการบำรุงผิวก็กำลังเปลี่ยนไป ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 39.9% กล่าวว่าพวกเขาสนใจผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่สามารถใช้ทับเมคอัพได้ เพิ่มขึ้น 4.4 จุดจากปีก่อนหน้า ความต้องการเติมความชุ่มชื้นตลอดทั้งวันไม่ใช่แค่ช่วงเช้าและเย็นกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ชนะอันดับที่ 4 "PDRN Hyaluronic Acid Hydrating Mist" ของ Anua ได้รับการยอมรับจากการเป็นสเปรย์น้ำแร่ที่สามารถฉีดทับเมคอัพได้โดยไม่ทำให้เมคอัพเป็นคราบ

ในหมวดเบสเมคอัพ ความสนใจในสูตรที่ผสานสกินแคร์กำลังขยายตัว ผู้ชนะอันดับที่ 8 "Prisme Libre Care & Color Serum Primer" ของ Givenchy มาในขวดดรอปเปอร์ที่ดูเหมือนเซรั่มบำรุงผิว โดยผู้รีวิวระบุว่า "มันแทบจะเป็นเซรั่มมากกว่าไพรเมอร์" ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้ได้ทั้งเป็นไพรเมอร์ตอนกลางวันและเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสกินแคร์ตอนกลางคืน โดยมีไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนผสมหลัก ทั้งนี้คอนซีลเลอร์ในไลน์เดียวกันก็ได้รับรางวัลในหมวดของตัวเองด้วย ทั้งสองผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมสกินแคร์ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเบสเมคอัพที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของการบำรุงผิว

แนวคิดเรื่องความชุ่มชื้นยังลงลึกถึงภายใน คำว่า "แห้งจากภายใน" มีความถี่ในการรีวิวสูงที่สุดในรอบ 5 ปี ในขณะที่ "วอเตอร์ชาร์จ" (水分チャージ - แนวคิดการเติมน้ำให้ผิวจากภายใน) ปรากฏบ่อยขึ้น 1.4 เท่าจากปีก่อนหน้า อุดมคติที่แพร่หลายไม่ใช่แค่การล็อกความชุ่มชื้นด้วยออยล์หรือครีมอีกต่อไป แต่ผู้บริโภคต้องการผิวที่ชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอกมากขึ้นเรื่อยๆ

(2) รางวัลหมวดหมู่สะท้อนการให้ความชุ่มชื้นในผลิตภัณฑ์ทุกประเภท

ความสนใจด้านการให้ความชุ่มชื้นสามารถเห็นได้จากรางวัลทั้ง 55 หมวดหมู่ ในหมวด Best Toner ผลิตภัณฑ์ "Kanebo Generating Essentials" จาก KANEBO ได้รับความสนใจสำหรับส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก "ไขมันเคลือบผิวเด็กแรกเกิด" (vernix caseosa) รางวัล Best Lotion อันดับ 1 ตกเป็นของ "Moist Care Emulsion EX" จาก d program ซึ่งอยู่ในไลน์เดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลใหญ่ ในปีก่อนๆ เรามักเห็นส่วนผสม "เชิงรุก" เช่น วิตามินซี หรือเซรั่มปรับผิวกระจ่างใสครองตำแหน่ง แต่ปีนี้ผลิตภัณฑ์ "เชิงรับ" ที่เน้นความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันผิวกลับคว้าอันดับสูงสุดไป

เทรนด์นี้ขยายไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและร่างกาย ในหมวด Best Hair Care ผลิตภัณฑ์ "Complete Lamellar Milk" จาก THE ANSWER และ "Lipo Emulsion" จาก plus eau ซึ่งเป็นสูตรเข้มข้นเน้นความชุ่มชื้น ต่างติดอันดับสูงๆ โดยผู้รีวิวชื่นชมในการช่วยลดปัญหาผมชี้ฟูและมอบความนุ่มสลวย

ในหมวด Best Beauty Goods ผลิตภัณฑ์ "Overnight Fingertip-to-Tip Moisturizing Hand Care Mask" และ "Overnight Heel-Softening Heel Care Mask" จาก Curel ครองสองในสามอันดับแรก ซึ่งส่งสัญญาณว่าผู้บริโภคต้องการปกป้องผิวจากความแห้งกร้านไม่ใช่แค่บนใบหน้า แต่ครอบคลุมทั้งร่างกาย ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน การดูแลผิวแห้งได้ขยายจากการเป็น "สิ่งที่ดูแลด้วยสกินแคร์" ไปสู่ "สิ่งที่จัดการได้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆ กัน"

ความเห็นจากแบรนด์ที่ได้รับรางวัล

บริษัท คาโอ จำกัด (Kao Corporation)
แผนกธุรกิจเครื่องสำอาง, กลุ่มธุรกิจแบรนด์พรีเมียม, Curel
ชินโก ฮาราดะ (Shingo Harada)

"ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เปิดตัวในเดือนตุลาคมปีที่แล้วในฐานะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายชิ้นแรกของ Curel ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาความแห้งกร้านอย่างรุนแรงบนมือและเท้าอย่างจริงจัง ตั้งแต่เปิดตัว เราได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น เช่น 'ดูอ่อนโยนน่าใช้' 'น่าจะช่วยแก้ปัญหาผิวหยาบกร้านได้' 'รอคอยผลิตภัณฑ์แบบนี้มานาน' มันยืนยันได้เลยว่ามีผู้คนมากมายที่ต้องเผชิญกับปัญหาผิวแห้งบนมือและเท้าตลอดทั้งปี เมื่ออากาศหนาวขึ้น เราได้รับฟีดแบ็กจากผู้ใช้ที่รู้สึกถึงความแห้งบนมือและส้นเท้ามากขึ้นว่า 'ใช้สะดวกไม่เหนียวเหนอะหนะ' 'ใช้สมาร์ทโฟนได้โดยไม่มีปัญหา' 'ใช้ครั้งเดียวส้นเท้าที่แตกก็ดูนุ่มขึ้นเล็กน้อย' ในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวแห้งพีคที่สุด ยอดขายมาสก์บำรุงมือสูงถึง 148% และมาสก์ดูแลส้นเท้าสูงถึง 191% ของแผนงานครับ (อ้างอิงจากผล POS เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2026)"

เกี่ยวกับวิธีการตัดสินรางวัล

การจัดอันดับ "@cosme Best Cosmetics Award 2026 First Half Best New Products" พิจารณาจากรีวิวของผู้ใช้ควบคู่ไปกับปัจจัยอื่นๆ เช่น การได้รับความสนใจของผลิตภัณฑ์

  • ระยะเวลาที่เข้าเกณฑ์: 1 ตุลาคม 2025 – 31 มีนาคม 2026
  • จำนวนรีวิวที่เข้าเกณฑ์: 128,800
  • จำนวนผลิตภัณฑ์ที่เข้าเกณฑ์: 4,334
  • ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายหมวดหมู่จะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่หลักตามลักษณะของผลิตภัณฑ์

แชร์บทความนี้

คู่มือท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง

Collatein เปิดตัวโปรตีนรสชาติใหม่แบบลิมิเต็ด “แมงโก้สมูทตี้” และ “ลิ้นจี่ & เกลือ” เริ่มวางจำหน่าย 29 พฤษภาคมนี้

Collatein เปิดตัวโปรตีนรสชาติใหม่แบบลิมิเต็ด “แมงโก้สมูทตี้” และ “ลิ้นจี่ & เกลือ” เริ่มวางจำหน่าย 29 พฤษภาคมนี้

ต้อนรับซัมเมอร์ด้วยรสชาติใหม่ 2 รสชาติ คือ “แมงโก้สมูทตี้” และ “ลิ้นจี่ & เกลือ” ที่จะเข้ามาเสริมทัพผลิตภัณฑ์คอลลาเจนโปรตีนของ Collatein ในจำนวนจำกัด เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป

#ข่าว #ผลิตภัณฑ์ใหม่ +3 เพิ่มเติม
L'Occitane en Provence เปิดตัวน้ำหอมปรับอารมณ์ 3 กลิ่นใหม่จากคอลเลกชัน "ART OF SCENT" ฉลองครบรอบ 50 ปีของเมซง

L'Occitane en Provence เปิดตัวน้ำหอมปรับอารมณ์ 3 กลิ่นใหม่จากคอลเลกชัน "ART OF SCENT" ฉลองครบรอบ 50 ปีของเมซง

L'Occitane en Provence เปิดตัวน้ำหอมปรับอารมณ์ 3 กลิ่นใหม่ ได้แก่ VERVEINE, LAVANDE และ VERVEINE AGRUMES ภายใต้คอลเลกชันน้ำหอม "ART OF SCENT" โดยเริ่มจากซีรีส์ Verbena ซึ่งเป็นน้ำหอมขายดีที่สุดของแบรนด์ ที่จะวางจำหน่ายในวันที่ 27 พฤษภาคม 2026

#ข่าว #ผลิตภัณฑ์ความงาม +2 เพิ่มเติม
Tout Vert เปิดตัว Barrier Shot Serum 2.0 เซรั่มที่มีเซราไมด์ชนิดเดียวกับในผิวเข้มข้นสูงถึง 2% ตัวแรกๆ ของตลาด

Tout Vert เปิดตัว Barrier Shot Serum 2.0 เซรั่มที่มีเซราไมด์ชนิดเดียวกับในผิวเข้มข้นสูงถึง 2% ตัวแรกๆ ของตลาด

Tout Vert ประกาศเปิดตัว Barrier Shot Serum 2.0 เซรั่มบำรุงชั้นผิวที่มาพร้อมเซราไมด์ชนิดเดียวกับในผิวเข้มข้นหายากถึง 2% โดยใช้เทคโนโลยีนาโนไซส์ 100 นาโนเมตรเพื่อการซึมซาบสู่ผิวที่ดียิ่งขึ้น เริ่มจำหน่ายล่วงหน้าบนเว็บไซต์ทางการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2026

#ข่าว #ผลิตภัณฑ์ความงาม +1 เพิ่มเติม