บริษัท LeTech Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: เขตคิตะ เมืองโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า; ประธาน: ฮิโรชิ ฟูจิวาระ) ซึ่งดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรภายในประเทศของกลุ่มบริษัท Sumitomo Forestry ได้เปิดให้บริการโรงแรม 2 แห่งภายใต้ซีรีส์โรงแรมสำหรับการเข้าพักระยะยาว "HOTEL LEGALIE" ได้แก่ HOTEL LEGALIE Osaka Nipponbashi South และ HOTEL LEGALIE Osaka Shinsaibashi North โดยทางบริษัทได้สร้างระบบการดำเนินงานที่พักของตนเองขึ้นและเริ่มบริหารจัดการโรงแรมทั้งสองแห่งด้วยตนเอง เว็บไซต์อย่างเป็นทางการเปิดตัวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม และเปิดให้จองห้องพักแล้วในขณะนี้
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://hotel-legalie.jp/
โรงแรมทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในโอซาก้า โรงแรมในย่านนิปปอนบาชิหยิบยกเอาเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมย่อย (Subculture) และความน่ารักสดใส (Kawaii) ของย่านนี้มาเป็นจุดเด่น ในขณะที่โรงแรมในย่านมินามิเซมบะสะท้อนถึงวัฒนธรรมสิ่งทอและความทรงจำของย่านการค้าทางน้ำอันเก่าแก่ของโอซาก้าผ่านงานออกแบบ โรงแรมทั้งสองแห่งนี้ได้รับการตกแต่งอย่างครบครันสำหรับการพักผ่อนระยะยาว ทำให้แขกผู้เข้าพักสามารถสัมผัสถึงเอกลักษณ์ของแต่ละย่านได้อย่างเต็มที่
HOTEL LEGALIE Osaka Nipponbashi South
ตั้งอยู่ในระยะที่สามารถเดินไปแหล่งท่องเที่ยวอย่างนัมบะ ตลาดคุโรมอน หอคอยซึเทนคาคุ และชินเซไกได้ ที่พักแห่งนี้ผสมผสานวัฒนธรรมย่อยของนิปปอนบาชิเข้ากับเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในเมือง โดยมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่มากกว่าจะเป็นเพียงแค่ที่พักอาศัย
อาคารแบ่งออกเป็น 3 โซนตามธีม ได้แก่ ชั้นมังงะ (ชั้น 2-5) ชั้นอนิเมะ (ชั้น 6-10) และชั้นเกม (ชั้น 11-15) การตกแต่งภายใน ศิลปะบนผนัง การเลือกใช้สี และแสงไฟของแต่ละชั้นสะท้อนถึงธีมของตนเอง สร้างพื้นที่ที่แขกผู้เข้าพักสามารถถ่ายรูปและแชร์ลงโซเชียลได้

HOTEL LEGALIE Osaka Shinsaibashi North
ตั้งอยู่ในระยะที่สามารถเดินไปย่านมิโดซูจิ ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิ อเมริกามูระ และโดทงโบริ ที่พักแห่งนี้สะท้อนถึงแฟชั่นและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของย่านมินามิเซมบะในโอซาก้า
มินามิเซมบะเคยพัฒนาเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ ซึ่งในอดีตเคยเรียงรายไปด้วยร้านค้าส่งสิ่งทอทั้งขนาดเล็กและใหญ่ หลังจากสงครามเมื่อถนนมิโดซูจิเปิดทำการและศูนย์กลางการค้าขยับไปทางทิศตะวันตก พื้นที่ทางตะวันตกของถนนซาไกซูจิยังคงรักษาความเป็นกลุ่มก้อนของห้องทำงานศิลปะและแกลเลอรีไว้ และยังคงเป็นฐานที่มั่นสำหรับแฟชั่นและกิจกรรมสร้างสรรค์มาจนถึงปัจจุบัน
โรงแรมแห่งนี้ดึงเอาประวัติศาสตร์ของย่านมาเป็นแนวคิดในการออกแบบ โดยใช้เทคนิคด้านสิ่งทอ 3 ประการ คือ การเย็บ การถัก และการทอ มาเป็นลวดลายในการตกแต่งภายใน โดยมีการใช้ผ้าเดนิมและงานปะติด (Patchwork) มาเป็นส่วนประกอบของหมอน ผ้าคลุมเตียง และงานศิลปะบนผนังทั่วทั้งอาคาร เพื่อสร้างสัมผัสที่ดูอบอุ่นและมีมิติ

จุดเด่นของ HOTEL LEGALIE
ดีไซน์ห้องพักที่เหมาะสำหรับการเข้าพักระยะยาว
ห้องพักทุกห้องมีห้องครัว พื้นที่รับประทานอาหาร เครื่องซักผ้า และห้องน้ำ สร้างสภาพแวดล้อมที่แขกสามารถพักอาศัยได้เสมือนอยู่ที่บ้าน ห้องพักมีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยว เตียงคู่ และโซฟาเบด รองรับทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
การเข้าพักที่สะดวกสบายและยืดหยุ่น
บริการห้องเก็บสัมภาระแบบไม่มีพนักงานช่วยให้แขกฝากสัมภาระก่อนเช็คอินได้ และระบบเช็คอินด้วยตนเองผ่านแท็บเล็ตช่วยให้การเข้าพักมีความยืดหยุ่นโดยไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาที่ตายตัว

ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก
HOTEL LEGALIE Osaka Nipponbashi South
หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://hotel-legalie.jp/ja/hotels/osaka-nipponbashi-south/
ที่อยู่: 5-11-2 Nipponbashi, Naniwa-ku, Osaka City, Osaka Prefecture
การเดินทาง: เดินประมาณ 2 นาทีจากสถานี Ebisucho สาย Osaka Metro Sakaisuji
โครงสร้าง: อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 15 ชั้น
จำนวนห้อง: 82 ห้อง
ขนาดห้อง: 25 ถึง 33 ตร.ม.
HOTEL LEGALIE Osaka Shinsaibashi North
หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://hotel-legalie.jp/ja/hotels/osaka-shinsaibashi-north/
ที่อยู่: 2-3-18 Minamisenba, Chuo-ku, Osaka City, Osaka Prefecture
การเดินทาง: เดินประมาณ 4 นาทีจากสถานี Nagahoribashi สาย Osaka Metro Sakaisuji
โครงสร้าง: อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 8 ชั้น
จำนวนห้อง: 16 ห้อง
ขนาดห้อง: 26 ถึง 79 ตร.ม.
การออกแบบ ก่อสร้าง แนวคิด และการวางแผนงานออกแบบ: บริษัท Renoveru Inc. (เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว)
การพัฒนาระบบปฏิบัติการและการสนับสนุนการดำเนินงาน: บริษัท Unito Inc. (เขตเมกุโระ กรุงโตเกียว)
วัตถุประสงค์ของการบริหารงานเอง
ในขณะที่ความต้องการท่องเที่ยวจากต่างประเทศฟื้นตัวและรูปแบบการเข้าพักมีความหลากหลายมากขึ้น ความต้องการที่พักระยะยาวในเขตเมืองก็กำลังเติบโตขึ้น LeTech จึงนำหน้าที่การปฏิบัติงานที่เคยจ้างบุคคลภายนอกกลับมาบริหารเอง โดยผสมผสานองค์ความรู้ด้านการวางแผนและการพัฒนาที่สั่งสมมาจากโครงการที่พักอาศัยแบบเช่าระยะยาว เข้ากับการควบคุมการดำเนินงานและการจัดการรายได้โดยตรง เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจที่พักที่ยั่งยืนและมีมูลค่าเพิ่มสูง
ที่พักทั้งสองแห่งได้รับการรับรองเป็นสถานประกอบการที่พักภายใต้ระบบเขตยุทธศาสตร์พิเศษของญี่ปุ่น (Tokku Minpaku) โดย LeTech ดำเนินการตามข้อกำหนดที่ครอบคลุมทั้งระยะเวลาการเข้าพักขั้นต่ำ การจัดการแขก และการประสานงานกับชุมชนรอบข้าง เพื่อมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ปลอดภัยและมีคุณภาพผ่านการกำกับดูแลโดยตรงและการจัดการที่ตรวจสอบได้
แนวทางการดำเนินงาน
1. "การพัฒนาโรงแรมแบบย้อนกลับ" วางแผนรายได้ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา
การพัฒนาและการดำเนินงานถูกวางแผนร่วมกันตั้งแต่ต้น กลุ่มเป้าหมาย รูปแบบห้องพัก รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้รับการปรับให้เหมาะสมจากมุมมองด้านรายได้ เพื่อกำหนดคุณค่าที่โครงการควรส่งมอบตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา ในระหว่างการดำเนินงาน จะมีการจัดการรายได้แบบบูรณาการครอบคลุมถึงกลยุทธ์ราคา การใช้ช่องทาง OTA และการตลาด เพื่อเปลี่ยนคุณค่านั้นให้เป็นรายได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านรายได้และประสบการณ์ของผู้เข้าพักในระดับที่โมเดลแบบแบ่งส่วนทั่วไปทำได้ยาก
2. การดำเนินงานที่ลดการใช้แรงงาน
ระบบเช็คอินแบบไม่ต้องใช้พนักงานและระบบล็อกประตูอัจฉริยะช่วยลดขั้นตอนงานหน้าฟรอนต์ ในขณะที่การจัดการจากระยะไกลช่วยสนับสนุนงานทำความสะอาดและการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน สร้างโครงสร้างการดำเนินงานที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนแรงงาน
3. โครงสร้างการดำเนินงาน
LeTech เป็นผู้นำกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยรวมและรับผิดชอบด้านรายได้ โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรเฉพาะทางในแต่ละด้านเพื่อรักษาคุณภาพการดำเนินงาน
ที่พักอื่น ๆ ของ HOTEL LEGALIE
HOTEL LEGALIE Osaka Shinsaibashi East (45 ห้อง)
HOTEL LEGALIE Osaka Shinsekai (36 ห้อง)