LASTFRAME (ラストフレーム) เป็นแบรนด์ที่สร้างขึ้นจากแนวคิดในการ "ส่งต่อเทคนิคดั้งเดิมระดับโลกของญี่ปุ่นไปสู่อนาคต" โดยนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย
ตั้งแต่วันพุธที่ 29 กรกฎาคม ถึงวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2026 ทางแบรนด์จะเปิดร้านป๊อปอัพจัดแสดงคอลเลกชันใหม่ "Autumn/Winter 2026 Collection" ขึ้นที่ชั้น 1 อาคารหลักของห้างอิเซตัน ชินจูกุ โดยกิจกรรมนี้จะเปิดโอกาสให้ชมสินค้าใหม่หลากหลายรายการเป็นครั้งแรกซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายในวันเดียวกัน
กระเป๋านิตแวร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ LASTFRAME ผลิตขึ้นด้วยเครื่องถักทอพิเศษที่มีอยู่เพียงไม่กี่เครื่องในญี่ปุ่น ทำให้ได้เนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อนและประณีต ซึ่งเครื่องจักรทั่วไปไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ กระเป๋ามีโครงสร้างที่สวยงามคงรูปแต่ยังคงความเบาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทนต่อการยืดในแนวตั้งแต่ยืดหยุ่นได้ดีในแนวนอน เป็นการผสมผสานความใช้งานได้จริงเข้ากับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น
สามารถพบกับคอลเลกชันใหม่ที่สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีตของญี่ปุ่นผสานกับดีไซน์ร่วมสมัยของ LASTFRAME ได้ที่ร้านป๊อปอัพแห่งนี้
Autumn/Winter 2026
GRID
รูปแบบใหม่ที่นำตารางที่เว้นระยะห่างเท่าๆ กันมาสร้างสรรค์ใหม่ในโทนสีจัดจ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ นำเสนอในสไตล์กราฟิก
ไลน์สินค้านี้ประกอบด้วย "OBI" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปมคาดเอวของชุดกิโมโน และ "MUSUBI TOTE" ซึ่งมีดีไซน์การผูกปมที่โดดเด่นทำให้ดูเป็นไอเทมระดับไอคอน

OBI GRID
ราคา: 26,400 เยน (รวมภาษี)
ขนาด: สูง 15 ซม. x กว้าง 28 ซม. x ลึก 13 ซม. / สายสะพาย 34 ซม.

MUSUBI TOTE GRID
ราคา: 26,400 เยน (รวมภาษี)
ขนาด: สูง 38 ซม. x กว้าง 35 ซม. / สายสะพาย 68 ซม.
KASANE
ซีรีส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "คาซาเนะ โนะ อิโรเมะ" (Kasane no irome) สุนทรียศาสตร์การจับคู่สีแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่สมัยเฮอัน
คอลเลกชันนี้ได้เพิ่มรุ่น "ARC" ที่มีรูปทรงเรียบง่ายและเส้นโค้งมนสร้างภาพลักษณ์ที่ดูธรรมดาแต่โดดเด่น และ "FLAT" ซึ่งเป็นดีไซน์มินิมอลที่เน้นโครงสร้างแบบแบน

ARC SMALL KASANE
ราคา: 23,100 เยน (รวมภาษี)
ขนาด: สูง 16 ซม. x กว้าง 31 ซม. x ลึก 11 ซม. / สายปรับได้ 42–65 ซม.

FLAT SMALL KASANE
ราคา: 22,000 เยน (รวมภาษี)
ขนาด: สูง 29 ซม. x กว้าง 24 ซม. / สายสะพาย 59–110 ซม.
METALLIC
มีรากฐานมาจากงานฝีมือด้ายทองและเงินแบบดั้งเดิมของเกียวโต โดยใช้เส้นด้ายลาม์ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคนิคขั้นสูงในปัจจุบัน
ไลน์สินค้านี้รวมถึง "TASUKI TOTE" แบบกลับด้านได้ ซึ่งโดดเด่นด้วยสายสะพายหนาที่ชวนให้นึกถึงสายคาดทาสึกิ และ "MARKET" รุ่นซิกเนเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเป๋าสไตล์ตลาดที่มีรูปทรงเรียบง่ายและใช้งานได้สะดวก

MARKET BAG MEDIUM METALLIC
ราคา: 28,600 เยน (รวมภาษี)
ขนาด: สูง 48 ซม. x กว้าง 26 ซม. x ลึก 12 ซม. / สายปรับได้ 40–95 ซม.

TASUKI TOTE SMALL METALLIC
ราคา: 24,200 เยน (รวมภาษี)
ขนาด: สูง 25 ซม. x กว้าง 21 ซม. x ลึก 9 ซม. / สายสะพาย 42 ซม.
CRAFTMADE
ไลน์สินค้าที่รวมเทคนิคการถักมืออันละเอียดอ่อนจากช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย
ประกอบด้วยรุ่น "CRAFTMADE DOUBLE" ที่มีความเงางามคล้ายหนังจากการถักทอซ้อนสองชั้นของเชือกเคลือบพิเศษและด้ายอีนาเมล และ "CRAFTMADE METALLIC" ที่มีพื้นผิวสัมผัสคล้ายโลหะอุตสาหกรรม

CRAFTMADE DOUBLE MEDIUM
ราคา: 46,200 เยน (รวมภาษี)
ขนาด: สูง 21 ซม. x กว้าง 32 ซม. / สายสะพาย 33 ซม.

CRAFTMADE METALLIC SMALL
ราคา: 39,600 เยน (รวมภาษี)
ขนาด: สูง 22 ซม. x กว้าง 23 ซม. x ลึก 3 ซม. / สายปรับได้ 60–110 ซม.
ข้อมูลทั่วไป
LASTFRAME POP UP STORE Autumn/Winter 2026
วันเวลา: วันพุธที่ 29 กรกฎาคม – วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2026
สถานที่: ห้างอิเซตัน ชินจูกุ อาคารหลัก ชั้น 1 แผนกกระเป๋าถือและกระเป๋าสตางค์
ที่อยู่: 3-14-1 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo 160-0022
โทรศัพท์: 03-3352-1111
เวลาทำการ: 10:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่แน่นอน (ปิดให้บริการวันที่ 1 มกราคม)
เว็บไซต์: lastframe.jp
อินสตาแกรม: @lastframe_official
เกี่ยวกับ LASTFRAME
พันธกิจของ LASTFRAME คือ "การส่งต่อเทคนิคดั้งเดิมระดับโลกของญี่ปุ่นไปสู่อนาคต"
LASTFRAME เป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่เกิดจากความมุ่งมั่นในการผลิตสินค้าในญี่ปุ่น โดยอาศัยวัฒนธรรมหลากหลายที่ทาคาโนฮิโระ โอคุเดะ (Takanohiro Okude) ดีไซเนอร์ของแบรนด์ได้สัมผัสมาทั่วโลก แบรนด์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเทคนิคดั้งเดิมที่ช่างฝีมือเริ่มลดจำนวนลงในแต่ละปี โดยถ่ายทอดผ่านมุมมองร่วมสมัยของดีไซเนอร์ออกมาเป็นดีไซน์ที่ไม่มีใครเหมือน ในขณะที่ส่งต่อเทคนิคดั้งเดิมเหล่านี้ แบรนด์มุ่งหวังที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นที่รักข้ามพรมแดน ข้ามยุคสมัย ฤดูกาล และเพศสภาพ เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์หรูที่ผลิตในญี่ปุ่นซึ่งสื่อสารกับคนทั้งโลก
ชื่อ LAST มีความหมายสองนัยคือ "สุดท้าย" และ "คงทน" (to last)
เทคนิคดั้งเดิมและงานฝีมือที่กำลังเลือนหายไปของญี่ปุ่น ถูกนำมาจับไว้ใน "กรอบ" (Frame) เพื่อยกระดับสู่ดีไซน์และผลิตภัณฑ์ แล้วส่งต่อไปสู่อนาคต
LASTFRAME เป็นทั้งชื่อแบรนด์และคำอธิบายถึงพันธกิจของตนเอง นั่นคือการส่งต่อเทคนิคดั้งเดิมระดับโลกของญี่ปุ่นไปสู่อนาคต
ประวัติผู้ออกแบบ
ดีไซเนอร์: ทาคาโนฮิโระ โอคุเดะ (Takanohiro Okude)
หลังจากทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับแบรนด์ต่างๆ ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ เขาได้เริ่มทำงานอิสระในปี 2016
ในปี 2018 เขาได้เปิดตัวแบรนด์ของตัวเองในชื่อ LASTFRAME
ตั้งแต่ปี 2019 เขาได้นำเสนอคอลเลกชันในปารีสผ่านรูปแบบนิทรรศการ และตั้งแต่นั้นมาแบรนด์ก็ได้วางจำหน่ายในห้าง Selfridges, Browns และร้านค้าปลีกอื่นๆ จนขยายตัวไปสู่เมืองใหญ่ทั่วโลก
ในเดือนกันยายน 2024 LASTFRAME ได้เปิดร้านสาขาที่บริหารงานโดยตรงแห่งแรกที่ห้างสรรพสินค้า Hankyu Umeda Main Store
เว็บไซต์: lastframe.jp
อินสตาแกรม: @lastframe_official