SteelSeries แบรนด์อุปกรณ์เกมมิ่งในเครือ GN Group (มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก) เปิดตัวหูฟังไร้สายแบบ True Wireless รุ่น Arctis GameBuds ใน 2 สีใหม่ คือ "Yuzu" และ "Matcha" พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการเชื่อมต่อไร้สายให้มีความเสถียรยิ่งขึ้น โดยสีใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2026 (วันศุกร์) ที่ร้านค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงบน Amazon.co.jp และ Rakuten Ichiba
สีใหม่ 2 สี ได้แก่ Yuzu และ Matcha เข้ามาเสริมทัพหูฟังไร้สายคุณภาพสูงรุ่น Arctis GameBuds ทำให้ไลน์อัปผลิตภัณฑ์มีตัวเลือกสีที่หลากหลายขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกหูฟังที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความชื่นชอบส่วนตัว
Arctis GameBuds ได้รับการออกแบบมาให้รองรับทั้งการเล่นเกม การฟังเพลง การทำงาน และการใช้งานในชีวิตประจำวัน มอบประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียมที่ดื่มด่ำทั้งบนเครื่องเกมคอนโซล พีซี และสมาร์ทโฟน คุณสมบัติเด่น ได้แก่ การเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz ที่เสถียรและมีความหน่วงต่ำพิเศษ การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ที่อ้างอิงจากข้อมูลการสแกนหูมากกว่า 62,000 รูปแบบ, การชาร์จไร้สาย Qi, มาตรฐานกันฝุ่นและกันน้ำ IP55, ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) พร้อมโหมดเสียงรอบข้าง (Ambient Sound), EQ Presets มากกว่า 300 รูปแบบ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุดประมาณ 40 ชั่วโมง ทำให้หูฟังรุ่นนี้มีความอเนกประสงค์ทั้งสำหรับการเล่นเกมและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
การอัปเดตเฟิร์มแวร์ล่าสุดในปี 2026 ยังเพิ่มการรองรับ "LBT (Listen Before Talk)" ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยตรวจสอบสภาพแวดล้อมไร้สายและเลือกช่องสัญญาณที่เหมาะสมเพื่อลดการรบกวน ส่งผลให้การเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz มีความเสถียรยิ่งขึ้น การอัปเดตนี้มีให้สำหรับหูฟัง Arctis GameBuds ทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน
ข้อมูลการจำหน่าย
ราคาอ้างอิง: ¥28,310 (รวมภาษี)
วันวางจำหน่าย: เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2026 (วันศุกร์)
ลิงก์สั่งซื้อ:








คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
ตัวเลือกสีที่หลากหลายเพื่อเข้ากับทุกการจัดโต๊ะคอมพิวเตอร์
สีใหม่ Yuzu และ Matcha เข้ามาเสริมจากสีเดิมคือสีดำและสีขาว ทำให้มีตัวเลือกสีที่ครอบคลุมความต้องการและสไตล์ที่แตกต่างกัน

รองรับ "LBT (Listen Before Talk)"
เฟิร์มแวร์ล่าสุดปี 2026 เพิ่มคุณสมบัติที่ช่วยปรับปรุงความเสถียรในการเชื่อมต่อให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการรองรับ "LBT (Listen Before Talk)" ฟีเจอร์นี้ช่วยหลีกเลี่ยงการรบกวนในสภาพแวดล้อมไร้สายด้วยการเลือกช่องสัญญาณที่เหมาะสมกว่าเดิม การอัปเดตนี้มีให้ใช้งานในหูฟัง Arctis GameBuds ทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน
การเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz ความหน่วงต่ำพิเศษ พร้อม Bluetooth 5.3
หูฟังใช้การเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz ที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ ช่วยให้เล่นเกมแนว FPS และเกมจังหวะดนตรีที่ต้องการความแม่นยำสูงได้อย่างราบรื่น โดยใช้ USB-C Dongle ที่ให้มาในชุด เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลาย ทั้ง PlayStation 5/4, Nintendo Switch, พีซี และสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังมีสวิตช์ที่ด้านข้างของหูฟังแต่ละข้าง ช่วยให้สลับการเชื่อมต่อระหว่าง 2.4GHz และ Bluetooth ได้ทันทีตามความต้องการ

ออกแบบเสียงเพื่อการแข่งขัน พร้อม ANC เพื่อความดื่มด่ำขั้นสูงสุด
ไดรเวอร์เสียง Hi-Fi ระดับพรีเมียมจับคู่กับระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) โดยใช้เทคโนโลยีไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยไมโครโฟนในตัว 4 ตัว มอบประสบการณ์การดื่มด่ำที่เหนือระดับ หูฟังจะช่วยให้ผู้เล่นจดจ่อกับเกมได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่มีโหมด Transparency สำหรับช่วงเวลาที่ผู้ใช้ต้องการรับฟังเสียงจากสภาพแวดล้อมรอบข้าง

ความพอดีขั้นสุดจากข้อมูลการสแกนหูมากกว่า 62,000 รูปแบบ
หูฟังได้รับการออกแบบโดยอิงจากข้อมูลการสแกนหูของผู้ใช้งานจริงมากกว่า 62,000 รูปแบบ ทำให้มีความกระชับและสบายสำหรับผู้ใช้หลากหลายกลุ่ม มาพร้อมจุกหูฟัง 3 ขนาด (S, M และ L) เพื่อให้ปรับขนาดความพอดีให้เหมาะกับหูแต่ละคนได้

มาตรฐานกันฝุ่นและกันน้ำ IP55 มั่นใจได้ทุกสถานการณ์
ด้วยมาตรฐานกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP55 ผู้ใช้จึงสามารถใช้งานหูฟังได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะใช้เล่นเกมภายในอาคาร หรือนำไปใช้งานกลางแจ้งในวันที่ฝนตก หรือแม้แต่การใส่วิ่งออกกำลังกาย
อายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 40 ชั่วโมง พร้อมการชาร์จไร้สาย Qi
ด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 40 ชั่วโมง (หูฟัง 10 ชั่วโมงรวมกับเคสชาร์จอีก 30 ชั่วโมง) จึงรองรับการเล่นเกมที่ต่อเนื่องยาวนานหรือการฟังเพลงได้ทั้งวัน นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จเร็ว โดยชาร์จเพียง 15 นาทีสามารถใช้งานได้ถึง 3 ชั่วโมง และเคสยังรองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

EQ Presets มากกว่า 300 รายการ ตั้งค่าได้ง่ายผ่านแอปมือถือ
มี EQ Presets ให้เลือกมากกว่า 300 รูปแบบ ซึ่งปรับแต่งมาเพื่อการเล่นเกม ฟังเพลง รับชมภาพยนตร์ และอื่นๆ ผู้ใช้สามารถเลือก EQ ที่ปรับแต่งสำหรับเกมยอดนิยมได้ และปรับตั้งค่าเสียงได้โดยตรงจากสมาร์ทโฟนในขณะเล่นเกมบน PlayStation หรือ Nintendo Switch ช่วยให้ปรับแต่งเสียงได้ทันทีในระหว่างการเล่น นอกจากนี้แอปยังแสดงระดับแบตเตอรี่คงเหลือ เพื่อความอุ่นใจในการใช้งานที่ต่อเนื่อง
