SwitchBot บริษัทจากโตเกียวที่เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ IoT และอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ได้เพิ่มตัวเลือกสีดำใหม่ให้กับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นขนาดกะทัดรัด SwitchBot Robot Vacuum K11+ Pro ซึ่งมอบพลังดูดสูงสุดถึง 12,000 Pa โดยสีใหม่นี้จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายน 2026 (วันอังคาร)
K11+ Pro เป็นรุ่น Pro ที่มาในตัวเครื่องที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 24.8 ซม. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่เล็กที่สุดในระดับเดียวกัน แต่ยังคงมอบพลังดูดได้สูงถึง 12,000 Pa ขนาดที่กะทัดรัดช่วยให้เครื่องสามารถเข้าถึงพื้นที่แคบได้โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพในการทำความสะอาด นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบเก็บฝุ่นอัตโนมัติ การออกแบบที่ป้องกันเส้นผมพันกัน และการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฮม ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับที่พักอาศัยในญี่ปุ่น
ตัวเครื่องสีดำใหม่นี้สามารถเข้ากับการตกแต่งภายในที่เน้นโทนสีโมโนโทนหรือโทนสีเข้มได้อย่างลงตัว
หมายเหตุ: จากการวิจัยของ SwitchBot เมื่อวัดขนาดรวมระหว่างตัวหุ่นยนต์และสถานีเก็บฝุ่นอัตโนมัติ K11+ Pro จัดอยู่ในกลุ่มหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีสถานีเก็บฝุ่นอัตโนมัติที่เล็กที่สุดในโลก
ข้อมูลผลิตภัณฑ์

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น K11+ Pro
สี: ไอวอรี่ / ดำ
วันวางจำหน่ายสีดำ: 1 กันยายน 2026 (วันอังคาร)
ราคาขายปลีกที่แนะนำโดยผู้ผลิต: 59,800 เยน (รวมภาษี)
ช่องทางการจัดจำหน่าย
- ร้านค้าทางการบน Amazon: https://switchbot.vip/4wSiBAq
- เว็บไซต์ทางการของ SwitchBot: https://switchbot.vip/4qFPPle
- ร้านค้าทางการของ SwitchBot บน Rakuten Ichiba: https://switchbot.vip/4qOOCIj
- ร้านค้าทางการของ Yahoo! SWITCHBOT: https://switchbot.vip/4xGTL89
- ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ
หมายเหตุ: ราคาขาย ความพร้อมของสินค้า และระยะเวลาการจัดส่งอาจแตกต่างกันไปตามช่องทางการจำหน่าย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่หน้าการขายหรือหน้าสั่งซื้อแต่ละช่องทาง
หมายเหตุ: ความพร้อมจำหน่ายที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสาขา โปรดตรวจสอบกับร้านค้าโดยตรงเพื่อดูรายละเอียด
คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
กะทัดรัดพอที่จะวางได้ทุกที่ — ผิวสัมผัสสีดำที่กลมกลืนกับทุกพื้นที่

K11+ Pro มีการออกแบบที่กะทัดรัด ซึ่งไม่เพียงแต่ตัวหุ่นยนต์เท่านั้น แต่ตัวสถานีเก็บฝุ่นอัตโนมัติยังใช้พื้นที่วางน้อยกว่ากระดาษ A4 ทำให้วางข้างเฟอร์นิเจอร์หรือชิดผนังได้ง่าย และจัดวางได้อย่างเป็นระเบียบแม้ในพื้นที่จำกัด
ตัวเครื่องสีดำใหม่เป็นตัวเลือกที่ดูเรียบหรูซึ่งเข้ากันได้ดีกับการตกแต่งภายในแบบโมโนโทน โทนสีเข้ม หรือลายไม้ เมื่อจับคู่กับรุ่นสีไอวอรี่ที่ดูสว่างกว่า จะทำให้ผู้ซื้อมีสองสีให้เลือกตามบรรยากาศของห้อง
เส้นผ่านศูนย์กลาง 24.8 ซม. เข้าถึงพื้นที่ที่เครื่องดูดฝุ่นอื่นเข้าไม่ได้

K11+ Pro มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 24.8 ซม. และสูง 9.2 ซม. ทำให้สามารถมุดเข้าพื้นที่ที่เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปเข้าถึงได้ยาก เช่น รอบขาโต๊ะและเก้าอี้ ใต้เตียง ใต้โซฟา และช่องว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์
เซนเซอร์ LDS LiDAR จะสร้างแผนผังห้อง ในขณะที่เซนเซอร์ระยะใกล้ PSD จะตรวจจับระยะห่างจากเฟอร์นิเจอร์และผนัง ทำให้หุ่นยนต์ขนาดกะทัดรัดนี้ทำความสะอาดพื้นที่แคบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยน้ำหนักประมาณ 2.3 กก. ตัวเครื่องจึงเบาพอที่จะยกขึ้นลงระหว่างชั้นได้อย่างง่ายดาย สามารถจัดเก็บแผนที่ได้สูงสุด 5 แผนที่ จึงสามารถใช้แผนที่ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละชั้นได้
เล็กแต่ทรงพลัง — พลังดูดสูงสุด 12,000 Pa โดยคำนึงถึงความเงียบในการทำงาน

แม้ตัวเครื่องจะเล็ก แต่ K11+ Pro ก็มอบพลังดูดได้สูงถึง 12,000 Pa ซึ่งมากกว่าพลังดูดสูงสุด 6,000 Pa ของรุ่นก่อนหน้าอย่าง K11+ ถึงสองเท่า ช่วยกำจัดฝุ่น เส้นผม และเศษอาหารออกจากพื้นได้อย่างหมดจด
เทคโนโลยี QuietCore Suction ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ SwitchBot ช่วยปรับโครงสร้างการไหลเวียนของอากาศให้เหมาะสม ทำให้ได้พลังดูดที่สูงขึ้นในขณะที่ยังรักษาเสียงรบกวนจากการทำงานให้ต่ำเพียงประมาณ 45 เดซิเบลในโหมดเงียบ
หมายเหตุ: ตัวเลข 12,000 Pa ใช้ในโหมด Max การเปรียบเทียบนี้เทียบกับ SwitchBot Robot Vacuum K11+ รุ่นก่อนหน้า
ทิ้งฝุ่นน้อยลง สูงสุดถึง 90 วัน พร้อมการออกแบบที่ลดการพันกันของเส้นผม

สถานีเก็บฝุ่นอัตโนมัติมาพร้อมถุงเก็บฝุ่นความจุสูง 4 ลิตร ซึ่งจะเก็บฝุ่นอัตโนมัติหลังทำความสะอาดทุกครั้ง ทำให้ไม่ต้องนำขยะไปทิ้งบ่อย โดยทิ้งเพียงครั้งเดียวในทุกๆ 90 วัน
แปรงหลักใช้การออกแบบที่เป็นยางซึ่งป้องกันการพันกันของเส้นผมและขนสัตว์ ในขณะที่แปรงด้านข้างคู่ช่วยลดการพันกันของเส้นผมพร้อมไปกับการกวาดฝุ่นตามขอบผนังและรอบเฟอร์นิเจอร์
หมายเหตุ: ความถี่ที่แท้จริงจะแตกต่างกันไปตามปริมาณและประเภทของเศษขยะ ความถี่ในการทำความสะอาด และสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย
ทำความสะอาดอัตโนมัติขณะที่คุณไม่อยู่ — การควบคุมอัจฉริยะจาก SwitchBot

เมื่อเชื่อมต่อกับ SwitchBot Hub หรือสมาร์ทล็อก K11+ Pro จะเริ่มทำความสะอาดโดยอัตโนมัติเมื่อคุณออกจากบ้าน
นอกจากนี้ยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri, Alexa และ Google Assistant รวมถึง Matter ผ่าน Wi-Fi ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายด้วยเสียงหรือผ่านระบบสมาร์ทโฮม
แอปพลิเคชัน SwitchBot ช่วยให้สามารถปรับแต่งพื้นที่การทำความสะอาด ตารางเวลา โซนห้ามเข้า และอื่นๆ ได้อย่างละเอียด เพื่อให้การทำความสะอาดเหมาะสมกับรูปแบบห้องและกิจวัตรประจำวันของคุณ
